Searching...
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

หนุ่มรปภ.คอนโดฯ ย่องเข้าห้องสาวตอนตี 5 โร่มอบตัว - อ้างเข้าห้องผิด

จากกรณีที่มีผู้โพสต์เผยแพร่ภาพวงจรปิดใน youtube โดยระบุข้อความว่า #เตือนภัยผู้ใช้คอนโด ตี 5 ยามแอบไขกุญแจเข้ามาในห้อง จากการตรวจสอบพบว่าเหตุเกิดใน The Address อโศก ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. โดยในคลิปปรากฎภาพชายแต่งกายลักษณะคล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บุกเข้าไปภายในห้องพักของผู้หญิงคนหนึ่งภายในคอนโดดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สน.มักกะสัน นายณัฐวุฒิ หรือหนึ่ง ผ่องเมืองปัก อยู่บ้านเลขที่ 3/2หมู่ 2 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชุติพงษ์ ตะกรุดทอง พงส.ผนก.สน.มักกะสัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในกรณีที่ น.ส.ธัญยธรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าตนเองถูกนายณัฐวุฒิ บุกรุกเข้าไปในห้องพักในยามวิกาล

จากการสอบสวน นายณัฐวุฒิ ให้การอ้างว่า ทำงานเป็นรปภ.ที่คอนโดดังกล่าวมานานกว่า 7 เดือน ในตำแหน่งรักษาความปลอดภัย ซึ่งก่อนเกิดเหตุในวันที่ 20พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้มีการคุยโทรศัพท์ยืมเงินเพื่อนชื่อนัด (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว จากนั้นได้นัดแนะให้ไปรับเงินจำนวน 500 บาทภายในห้องพัก และบอกกับตนอีกว่าไม่ได้ล็อคประตูห้องไว้ เมื่อมาถึงให้เข้ามาได้เลยโดยตนเองไม่ทราบเลขที่ห้องพัก ทราบแต่เพียงว่าอยู่ชั้นที่ 42 ห้องแรกตรงหัวมุมทางเดิน ต่อมาตนก็ได้ขึ้นไปตามเวลานัดหมาย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงหน้าห้องพักที่เกิดเหตุ ตนได้ก้มดูตรงช่องว่างใต้ประตู พบว่ามีแสงไฟประกอบกับช่องตาแมวมีแสงไฟเช่นกัน ตนนึกว่านายนัด รอตนอยู่ภายในห้อง จึงเปิดประตูห้องเข้าไปเนื่องจากไม่มีการล็อคประตูห้องไว้ พบว่าภายในห้องไม่มีเพื่อนตนเองอยู่ แต่มีหญิงสาวนอนอยู่ จากนั้นผู้หญิงก็ได้ส่งเสียงร้องเสียงดัง ตนและหญิงสาวคนดังกล่าวต่างคนต่างตกใจวิ่งกันไปคนละทิศคนละทาง โดยตนวิ่งออกมานอกห้อง ตนไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ผู้ใดฟัง  ซึ่งตนพยายามติดต่อนายนัดเพื่อนของตน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งออกเวร  หัวหน้ารปภ.ได้มาตามตนเองเพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าว โดยตนยอมรับว่าได้กระทำการดังกล่าวจริงแต่ไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินหรือบุคคลภายในห้องพัก และยอมรับว่าตนผิดระเบียบของบริษัทที่เข้าไปในห้องพักอาศัยโดยพลการ ซึ่งโดยปกติจะมีกฎระเบียบห้ามรปภ. เข้าไปในห้องผู้พักอาศัย

ด้าน พ.ต.ท.ชุติพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับแจ้งความเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งน.ส. ธัญยธรณ์ ได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาบุกรุกในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทางผู้เสียหายจดจำรูปพรรณของนายณัฐวุฒิได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาเนื่องจากยังให้การวกวน ประกอบกับคำให้การไม่ตรงกับภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ คงต้องทำการสอบปากคำโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการขอหมายจับศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวโดยผู้ต้องหาสามารถประกันตัวในชั้นศาล แต่ขึ้นกับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน น.ส.ธัญธรณ์ เดินทางมาพร้อมพี่สาวเพื่อเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนเล่าเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุว่า ตนได้พักอาศัยอยู่ที่คอนโดมา 2 ปีแล้ว โดยตนอยู่กับพี่สาวแค่ 2 คน และจะมีน้องชายและญาติแวะมาพักด้วยเป็นบางครั้ง ก่อนเกิดเหตุตนกลับมาถึงคอนโดประมาณ17.00 น.และเข้านอนประมาณ 02.00 น. ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ตนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเนื่องจากได้ยินเสียงพื้นไม้ลั่นเหมือนมีคนย่องเข้ามา ตนก็เอะใจแต่ก็คิดว่าหูฝาดหรือเปล่า พอลองฟังดีๆ ก็เริ่มแน่ใจว่ามีคนแอบเข้ามาในห้อง จนเกิดความกลัวจึงเปิดโคมไฟข้างเตียงเห็นประตูห้องนอนแง้มอยู่จึงรีบลุกไปปิด แต่ปรากฏว่าคนร้ายซ่อนตัวอยู่ข้างๆ ราวตากผ้าใกล้ประตู ตนตกใจและกรี๊ดออกมา แต่ว่าตอนนั้นมองไม่เห็นหน้าเพราะไฟสลัว เห็นแค่โลโก้ของยามอยู่ที่แขนเสื้อของคนร้าย จึงวิ่งกลับไปที่เตียงแล้วกระชากโคมไฟมาถือไว้ ก่อนวิ่งไปที่คนร้ายอยู่เมื่อครู่แต่คนร้ายหายไปแล้ว

และว่า จากนั้นพอคนร้ายหนีไปเลยเปิดประตูห้องนอนออกมาร้องเรียกให้คนช่วย  แต่ก็ไม่มีใครออกมาช่วย ก็เลยตัดสินใจวิ่งลงมาที่ล็อบบี้ชั้นล่างพบเจ้าหน้าที่รปภ. ตนจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนที่รปภ.คนดังกล่าวได้วิทยุไปเรียกยามที่อยู่ตามป้อมทั้งด้านหน้าและหลังคอนโด ต่อมา นายณัฐวุฒิวิ่งมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งเขาก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอเล่าไปเขาก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่ยามจะไปอยู่ในห้อง บอกว่าตนตาฝาด ยามทุกคนต้องอยู่ประจำที่ที่ป้อมยาม ซึ่งนายณัฐวุฒิพูดออกมาแบบไม่มีพิรุธอะไรเลย เสร็จแล้วจึงขอให้เจ้าหน้าที่รปภ.ประจำจุดล็อบบี้ขึ้นไปตรวจห้องให้หน่อย แต่ไปไม่ได้เพราะต้องอยู่ประจำล็อบบี้ จึงให้นายณัฐวุฒิขึ้นไปตรวจห้องด้วยกัน เพราะห่วงทรัพย์สิน

“จากนั้นตนได้ขอดูกล้องวงจรปิด แต่ยามที่ตามมาทีหลังบอกว่ากล้องเสียตั้งแต่ชั้น 40-44 แล้วบอกให้กลับไปดูวันพรุ่งนี้ตอนบ่าย ตนกลัวไฟล์ภาพโดนลบซึ่งตอนนั้นก็นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ จนกระทั่งเอะใจเลยวิ่งขึ้นไปห้องนิติบุคคล เมื่อไปถึงห้องก็เจอหัวหน้ายามกับช่างกำลังเปิดกล้องวงจรปิดดูภาพเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเกิดขึ้น ตนจึงถามว่าใช่ยามที่ขึ้นไปกับตนหรือเปล่า หัวหน้ายามก็บอกว่าใช่ ก็เลยถามว่าจะไม่ลบใช่ไหม และให้เก็บไฟล์นี้ไว้ แล้วพอเอาไฟล์มาเปิดรีรันดูก็พบว่านายณัฐวุฒิ ให้การไม่ตรงกับที่บอกว่าเขาได้ยินเสียงตนกรี๊ดจึงเข้ามาดู แต่ความจริงคือเขาอยู่ในห้องก่อนตั้งแต่แรกแล้วโดยส่วนตัวนั้น ตอนแรกจะดำเนินคดีเฉพาะคนร้าย แต่ตนสงสัยว่าจะดำเนินการกันเป็นขบวนการรึเปล่า ส่วนยาม(คนร้าย)นั้นตนรู้จักแค่ว่าเป็นคนที่คอยดูแลเรื่องที่จอดรถให้ ซึ่งยามคนนี้รู้จักห้องของตนดี รู้จักกระทั่งเลขห้องและชื่อญาติคนสนิท โดยปกติแล้วจะมีกฎห้ามให้ยามขึ้นไปข้างบนตึก ตนได้ปรึกษากับนิติบุคคลเมื่อคืนแล้วก็ขอให้มีมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นสำหรับคนใน ให้คนที่อยู่ปลอดภัยมากที่สุด ตอนนี้ตนออกมาอยู่บ้านเพื่อนของพี่สาว แต่ในห้องไม่มีทรัพย์สินสูญหาย ตนคิดว่าเป็นไปได้ที่ยามจะรู้ความเคลื่อนไหวว่าตนอยู่คนเดียว” น.ส.ธัญธรณ์เล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นตระหนก

จากนั้นเมื่อน.ส.ธัญธรณ์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเสร็จแล้วจึงได้ขึ้นไปพบพ.ต.ท.ชุติพงษ์ ซึ่งกำลังสอบสวนนายณัฐวุฒิอยู่ ซึ่งเมื่อคู่กรณีพบกันนายณัฐวุฒิได้ยกมือไหว้ขอโทษน.ส.ธัญธรณ์ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายใดใดเลย เพียงแค่เข้าผิดห้องเท่านั้นเอง ซึ่งน.ส.ธัญธรณ์ได้หลบอยู่หลังพี่สาวตลอดเวลาเนื่องจากยังคงหวาดกลัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับไป ซึ่งจากนี้ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายณัญวุฒิดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ที่มา:ข่าวสด
 
Back to top!