เรามีเวลาเที่ยวจำกัดนะคะ ที่เที่ยวอาจจะไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่ก็อยากจะเล่าให้ฟังว่าการเดินทางคนเดียว ด้วยรถโดยสาร แบบคนพื้นที่ ที่เขาใช้กันอยู่เป็นปกติ ก็สามารถพาเราไปเที่ยวที่ใกล้ๆ ได้ง่ายๆ
ช่วงนี้ขอลงข้อมูลกับรูปที่พักไว้ก่อนนะคะ ส่วนการเดินทาง งบประมาณจะมาทยอยลงให้อีกที ที่พักเรามี 2 ที่ คือคืนแรกพักที่ ปัว คืนที่สองพักที่ตัวเมือง น่าน
การเดินทางครั้งนี้เป็นการ ออกเที่ยวคนเดียว ตั้งแต่ ก้าวขาออกจากประคูบ้าน จนกลับ ครั้งแรกในชีวิต รูปหรือข้อมูล อาจจะไม่ละเอียดยิบแต่ก็พยายามจดมาให้ครบที่สุดค่ะ
วันแรก เราเลือกไปที่ ปัว ก่อน ตั้งใจไปเที่ยว บ่อเกลือ แล้วก็มาพักที่ ฟาร์มเห็ด บ้านหัวน้ำ และวางแผนเอาไว้ว่าจะไปตามวัดใกล้ๆ ไปดูต้นดิกเดียม แต่สุดท้ายแผนเปลี่ยน เพราะฝนตกตลอดตั้งแต่ เข้า อ.เวียงสา หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป
อันนี้เป็นทางที่จะเดินไปขึ้นรถสองแถว ไปบ่อเกลือนะคะ
ข้ามไปเข้าที่พักกันเลยดีกว่า
http://www.huanamhomestay.com/index.php/2013-04-02-04-25-44
จากตลาด ปัว เรียก มอเตอร์ไซต์ รับจ้างเข้าไปส่งได้เลยค่ะ ราคา 60 บาท แล้วอย่าลืมขอเบอร์โทร.ไว้เรียกให้พี่เขามารับขากลับด้วยนะคะ อาหารเครื่องดื่ม ขนม หรือของส่วนตัว ที่ต้องการซื้อเพิ่ม ก็ซื้อจาก ตลาดหรือร้านสะดวกซื้อ เข้าไปจะสะดวกที่สุด เพราะ แถบที่พักไม่มีร้านค้านะคะ
ในที่พักมีอหาร เครื่องดื่ม บริการ อยู่นะคะ จริงๆถ้าเข้าไปพักคนเดียว แแทบไม่ต้องซื้ออะไรเช้าไปเลย แต่เราติดขนมปัง เลยมีแวะซื้อเข้าไปด้วย
ขออนุญาต ติดไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวเช้าจะมาเพิ่มให้ครบ (รูปกระจายต้องขอไปหาก่อนน๊า)
ทางเดินไปวังศิลาแลงค่ะ
ระหว่างทางเดินไปก็เจอคุณลุง กำลังดูแล แปลงพริก อยู่ได้คุยกันลุงก็เล่าเรื่อง เจ้าของที่พักให้ฟังสะเลย
มุมจากตรง ฝายทางขึ้นไปวังศิลาแลง เห็นที่พักอยู่ลิบๆนู๊น แต่เราไม่ได้เข้าไปจนถึง วังศิลาแลง นะคะ เพราะฝนตกมาทั้งวันเพิ่งจะหยุด ทางชันด้วย ไปคนเดียวกลัวลื่น ตกน้ำตกท่าไป เลยได้แต่มองดูอยู่ไกลๆ พอใจแล้ว ^^
อันนี้อาหารชุด พื้นเมือง 120 บาท (จริงๆทานไป 3 มื้อ แต่มีรูปมื้อเดียว นอกนั้นหิวทานเรียบลืมถ่าย)
เก็บรูปมาได้ไม่มากนักฝีมือไม่ดีเลยไม่ค่อยถ่ายไว้ อาศัย นอนดูวิว นั่งดูวิวให้ฉ่ำใจ แทน
ขอจบภาพที่พัก ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ไว้ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวมาต่อ ที่พักที่ 2 กัน
(เผื่อท่านใดเพิ่งเข้ามา ช่วงนี้จะลงรูปที่พักก่อนนะคะส่วนอื่นๆจะตามมาทีหลัง ขอบคุณค่ะ)
ออกจาก ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ประมาณ 10 โมง ก็ตรงไปรอรถเข้าเมืองน่าน ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงครึ่งกว่าๆ ก็มาถึง บขส.น่าน แล้วต่อรถ 2 แถวเข้าที่พัก ค่ารถเมล์แดง ปัว-น่าน 50 บาท เหมาสองแถวเข้าที่พักอีก 50 บาท ไปดูที่พักคืนนี้กันเลยค่ะ
ศรีนวล ลอดจ์
https://www.facebook.com/SrinualLodgeFanpage
ตอนแรกที่หาที่พักในตัวเมือง เลือกยากมาก เพราะไม่เคยไปมาก่อนไม่รู้ว่า ที่ไหน ไกลหรือใกล้แหล่งท่องเที่ยวใช้เปิด กูเกิ้ลแมพ ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะไม่เคยเห็นกับตา เลยเลือกที่นี่ เพราะชื่อโรงแรม...... ค่ะ มันเป็นความเชื่อส่วนตัวว่า ชื่อเชยๆมักจะมีอะไรดีๆ และน่าจะเป็นโรงแรมที่เปิดมานานน่าจะสะดวก(เจ้าหน้าที่บอกว่าโรงแรมเปิดมา 6 ปีแล้วค่ะ)
แต่พอไปถึงภาพที่เห็นคือ โรงแรม บรรยากาศดีมากกกกก รอบๆเป็นบ้านคนพื้นที่ ทำให้มีความเงียบ สงบ สะอาด แต่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเมือง ถ้าใครอยากได้ที่พัก ที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกแบบโรงแรม แล้วได้บรรยากาศสบายๆแบบ บ้านเพื่อน น่าจะชอบ เราได้ห้องที่ติดกับทางออกหลังบ้าน ซึ่งมีครัว ที่ซักผ้าตากผ้า ที่จอดจักรยาน แจ่มมาก แทบไม่ได้เดินผ่านทาง รีเซปชั่นเลย เพราะออกจากห้องปุ๊บ ก็เปิดประตูออกครัว ขี่จักรยานเที่ยวเลย ชิลที่สุด
(จักรยานสามารถเช่าได้เลย 50 บาท/วัน) ตอนนี้ทางโรงแรม กำลังจะขยายส่วนที่เป็น ร้าน กาแฟ เพิ่มขึ้นบอกได้เลยว่าถ้าร้านเสร็จ มันจะชิลมากจนแทบไม่อยากออกไปไหนกันเลย
บรรยากาศ ชิคๆของโรงแรม
ดูที่พักกันพอหอมปากหอมคอแล้ว เรามาเริ่มเดินทาง เตาะแตะกันดีกว่าเน๊าะ
เริ่มต้นเดินทางที่ สมบัติทัวร์ ศูนย์ วิภาวดี เราเลือกเดินทางเส้น กรุงเทพ-ทุ้งช้าง(แต่ลงที่ ปัว นะคะ) เลือกรถ วีไอพี 24 ที่นั่งกว้างขวางสบายมาก สมราคาจริงๆ(904 บาท) รถออกตรงเวลาเป๊ะ 20.30 น.ล้อหมุนทันที พักทานอาหารตอนเที่ยงคืนนิดๆที่พิษณุโลก ถึงปัว ตอน 6.30 น.
รถจอดหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้าง ร้านสุเกียว ตรงข้ามตลาดปัว เราเดินเข้าตลาดหาของกินก่อน แล้วถามทาง แม่ค้าในตลาดไปขึ้นรถสองแถว ขึ้นบ่อเกลือ(มีแผนที่อยู่ข้างบนนะคะ) รถสองแถวเท่าที่ถามมา ขาขึ้น 7.30 // 9.30 ลุงคนขับบอกแค่นี้ ส่วนขาลง มี 10.30 // 12.30 ลุงก็บอกหนูเท่านี้อีกเหมือนเดิม แต่วันที่ไปรถเต็มก่อนเวลา พอ 7 โมงคนเต็ม ลุงออกรถเลย ขาขึ้นไม่ได้ถ่ายรูปเลยค่ะ คนเต็ม ฝนตก หมอกลงหนามาก(เหมือนเรื่อง the mist) ทั้งรถเป็นคนพื้นที่ แต่งตัวมิดชิดมีแต่ผู้มาเยือนอย่างเรา เสื้อแขนสั้นไม่มีเครื่องป้องกันใด ฉ่ำไปตามระเบียบ
ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงบ่อเกลือ เราลงตรงสามแยก เดินย้อนมาหน่อยเพื่อไปทานข้าวที่ บ่อเกลือวิว ตลอดทางฝนตกพร่ำๆฉ่ำๆแฉะๆ ตลอดทาง เล่นเอาไม่อยากไปไหนทิ้งดิ่งไปหาอาหารเช้าอย่างเดียวพอ ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากไปดูบ่อเกลือ แต่ลืมไปว่าหน้าฝนเค้าไม่ต้มเกลือกันจ้ะ แถมฝนตกใครจะเปิดบ้านให้เราเที่ยว ปิดโครงการ พรึ่บ!!!
ถ่ายจากร้านอาหารของ บ่อเกลือวิว ด้านล่างที่เห็นมีกระท่อมน้อยๆคือ อุ่นไอมาง ช่วงหน้าฝนคงไม่ได้เปิดบริการ
ตอนที่ถึงยังไม่ 9 โมงดี ทางร้านมีแต่อาหารเช้าบริการ ส่วนตามสั่งจะให้บริการหลัง 10 โมง สนนราคาอาหารเช้า สำหรับคนนอกที่ไม่ได้พักที่รีสอร์ท 150 บาท อร่อยคุ้มค่า คุ้มราคา สมคำร่ำลือ จริงๆ
แยมทำเอง ขนมปังปิ้งเตาถ่าน ชอบที่สุดคือเนย ทางร้านทำเป็นก้อนๆแช่น้ำแข็งไว้ พอเอามาวางบนขนมปังร้อนๆหอมๆ เนยละลาย โอ้ววววววว อร่อยเฟ่อ
ร่ำลา บ่อเกลือวิว ประมาณ 10โมง เดินลงมาจากร้านอาหารข้ามถนนมา จะมีเพิงเล็กๆ(ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะขอโทษจริงๆ) รอรถสองแถวตรงนั้นเลย 10 โมงครึ่งเป๊ะ รถสองแถวก็มา ตรงเวลาม๊าก ขาลงมีผู้โดยสารทั้งคัน 4 คัน ลุงปล่อยรถลงเขาได้เฟี้ยวฟ้าวมาก จนไม่กล้าปล่อยมือออกราวเหล็ก กลัวตกรถ
กลับจากบ่อเกลือ เราก็เข้าที่พัก ตามรูปด้านบน ทานข้าว เดินไป วังศิลาแลง กลับมาอาบน้ำนอนชมวิว กินบรรยากาศค่ำๆก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารของรีสอร์ท ซึ่งมีแขกเข้ามาทานอาหารกันเรื่อยๆ ไม่เหงาเลย พอรุ่งเช้าก็ตื่นมาดูหมอกกลืนยอดเขา บรรยากาศดีสุดๆ เปิดบ้านนอนกลิ้งไปกลิ้งมา ตั้งแต่หกโมงเช้า จนหลับไปอีกรอบรู้ตัวอีกทีเก้าโมง รีบอาบน้ำเก็บของ ออกจากที่พัก ไปตัวเมืองน่านกันต่อ
พอพี่วินมาส่งที่รอรถเมล์แดงเพื่อเข้าน่าน ตามที่ถามพี่วิน รถเมล์แดงมีตั้งแต่เช้า มีทุกชั่วโมง จนถึง 5โมงเย็น นั่งรถชั่วโมงครึ่งกว่าๆก็มาถึงน่าน เข้าที่พัก ชาร์ทแบตโทรศัพท์ พร้อมงีบชาร์ทแบตตัวเองสักพัก ก็เช่าจักรยาน ออกชมเมืองกัน
คว้าแผนที่จากโรงแรม ปั่นไปที่แรกคือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพื่อนไปหาข้อมูลเที่ยวกันก่อน จากนั้นก็ปั่นไป หาข้าวซอยร้านต้นน้ำกัน อิ่มท้องแล้วก็ไป สักการะ ศาลหลักเมืองและไปกราบพระที่วัดมิ่งเมือง จากนั้นก็กลับมาที่ศูนย์ฯเพื่อมารอ นั่งรถรางชมเมือง(ค่าบริการ 30 บาท) วันที่ไปนักท่องเที่ยวเยอะ รถเต็มทั้ง 2คันเลยค่ะ
ก่อนรถออกไม่กี่นาที ฝนตกจ้ะ เราเรียกว่าฝนขายของ คืออยู่ๆก็ตกซู่ ลงมา เลยรีบเข้าไปหลบที่ร้าน กาแฟภูดอยในศูนย์ฯ เข้าแล้วก็สั่งกาแฟเสียหน่อย ซึ่งกาแฟอร่อยมาก หอมเข้มหวานมัน คุ้มเกินราคา 29 บาท
ใช้เวลาพระมาณ 1 ชั่วโมง ก็จบการนั่งรถรางชมเมือง สนุกสนานได้ความรู้ได้รู้ประวัติเมือง มากพอสมควรเลยทีเดียว พอออกจากศูนย์ฯ ก็เดินข้ามถนนมา วัดภูมินทร์ เพื่อมาสักการะพระประธานและไม่ลืมที่จะถ่ายภาพ กระซิบรัก บรรลือโลกกัน
ออกจากพระธาตุเขาน้อย ก็ไปต่อที่ พระธาตุแช่แห้ง บิดมอเตอไซค์ ไปสิบกว่านาที ก็ถึง พระธาตูฯ คนเยอะเหมือนกัน แล้วก็ไม่ลืมเข้าไปสักการะพระนอน พร้อมเอาเหรียญ อธิษฐานแล้วแปะที่องค์พระ แปะติดด้วยนะ แต่กว่าจะติด เล่นเอาเหงื่อแตกกัน
กลับจากพระธาตุแช่แห้ง ก็ไป ร้านกาแฟสุดกองดี แต่ร้านปิดรับลูกค้า เค้ามีจัดเลี้ยงกันอยู่เลย เดินไปดูเขาซ้อมเรือยาวกัน เห็นอยู่ลิบๆนู้น หมุนตัวไปกินข้าวร้าน ข้าวแกงวันดา หรือร้านป้าดา ดีกว่า คนเยอะค่ะเพราะใกล้เที่ยงเต็มที อร่อยอีกแล้ววววว
ออกจากร้านป้าดา ไปตามหา ไส้อั่วละมัยพร ร้านอยู่ไกลพอสมควรแต่ไม่เกินความสามารถเรา หาจนเจอ อิอิอิอิ จากนั้นวกกลับมา ศูนย์ OTOP ติดกับร้านต้นน้ำ .......ผ่างงงงงงง...มีไส้อั่วละมัยพร จ๊าาาาา (- -") ของในร้าน ครอบคลุมครบครันมาก ไม่ต้องห่วงของฝากมีครบ ไม่ต้องบิดรถตากแดดไปแบบเราเลย
เอาของฝากไปเก็บที่โรงแรมพร้อมเช็คเอ้าท์ แต่ที่โรงแรมรับฝากกระเป๋าไว้ได้ เราก็ ออกไป พิพธภัณท์กันต่อ เมื่อวานเข้าไปโฉบมาแต่ยังไม่ได้เดินดู แล้วข้ามมาแอบดู คุ้มเจ้าราชบุตร ที่ฝั่งตรงข้าม
คุ้มเจ้าราชบุตรเคยเปิดให้เข้าชม โดยผู้ดูแลก็คือ ทายาทของท่าน แต่ตอนนี้ปิดไม่ให้เข้าชมนานแล้ว เนื่องจากมีของหายค่ะ เท่าที่สอบถามมา ที่คุ้มยังมีคนอยู่ แต่ไม่มีกำลังหรืออาจจะไม่ต้องการบูรณะ สภาพคุ้มเลยดู ทรุดโทรมมาก ไม่เหมือนอีกคุ้มนึง ที่ยังคงสภาพดีกว่า แต่ก็ไม่ได้เปิดให้เข้าชมเช่นกัน
หลังจากเที่ยวชมสถานที่ต่างๆครบแล้ว เราก็เอารถไปคืน แล้วก็ไปนั่งเล่นรอเวลากลับกรุงเทพ ก็ได้คุยกับพี่เจ้าของที่พักอยู่พักนึง ก็ได้เวลากลับ ใช้บริการแท็กซี่ให้มารับจากที่พัก จะไปส่งที่สนามบิน หรือ บขส. ก็ได้
สรุปค่าใช้จ่าย หลักโดยประมาณ
- ค่ารถ กรุงเทพ-ปัว และ น่าน-กรุงเทพ // 1,444 บาท
- ค่ารถ ขึ้น-ลง บ่อเกลือ // 160 บาท
- ค่ารถ เข้า-ออก ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ // 120 บาท
- ค่ารถ ปัว-น่าน // 50 บาท
- ค่ารถ สองแถวเข้าที่พัก // 50 บาท
-ค่าที่พัก ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ (ตอนที่จองยังเป็นราคาเก่านะคะ ตอนนี้ปรับราคาแล้ว) // 800 บาท
- ค่าที่พัก ศรีนวล ลอดจ์ // 564 บาท(จองผ่าน agoda)
- ค่าเช่า จักรยาน // 50 บาท
- ค่าเช่า มอเตอร์ไซค์ // 250 บาท
รวม // 3,488 บาท (ไม่รวมค่าอาหารและค่าของฝากนะคะ)
ราคานี้เราถือว่าคุ้มค่ามาก จบทริปแล้ว มีความสุข อิ่มอกอิ่มใจมาก ได้เห็นอะไรที่อยากเห็น ได้เดินทางคนเดียวอย่างที่อยากทำมานาน หวังว่า ทริปนี้น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่อยากเดินทางคนเดียวบ้างนะคะ ขอบคุณที่สละเวลา มาช่วยอ่าน ช่วยคอมเม้นท์ และให้กำลังใจนะคะ ขอบคุณและสวัสดี
ขอบคุณที่มา : กระทู้พันทิป
